นี่คือ.. คำแนะนำสำหรับการลดหย่อนภาษีปี 2568
Published at : 18 Dec 2025
ปีนี้อยากชวนทุกคนมาฟังแนวคิด "เกมภาษี" เพื่อช่วยให้ทเข้าใจและวางแผนการลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนตัวแล้วพี่หนอมมองว่าการลดหย่อนภาษีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่งคั่งทางการเงินในระยะยาวของทุกคน ดังนั้นใครที่ชนะเกมนี้ ก็จะมีโอกาสมั่งคั่งมากยิ่งขึ้นครับ
หัวใจสำคัญของการลดหย่อนภาษีคือการทำให้ "เงินได้สุทธิ" ซึ่งเป็นฐานในการคำนวณภาษีลดลง หลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะเปรียบเทียบ 2 วิธี คือ วิธี "เงินได้สุทธิ" และวิธี "เงินได้พึงประเมิน" โดยจะเลือกเสียภาษีจากวิธีที่คำนวณได้สูงกว่า แต่หลัก ๆ เรามักจะใช้วิธีเงินได้สุทธิ ซึ่งมาจาก เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน
เนื่องจากอัตราภาษีที่ใช้คำนวณตามวิธีเงินได้สุทธินั้นเป็นแบบขั้นบันได ยิ่งมีเงินได้สุทธิมาก อัตราภาษีที่ต้องเสียก็ยิ่งสูงขึ้น ดังนั้น การลดเงินได้สุทธิจะช่วยประหยัดภาษีได้ตามอัตราภาษีสูงสุดที่แต่ละบุคคลต้องเสียนั่นเองครับ
ภาพรวมค่าลดหย่อนภาษีปี 2568 ค่าลดหย่อนภาษีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก บวกกับเงินบริจาค มีอัพเดทแค่บางรายการเท่านั้น เช่น
Solar Rooftop : ลดหย่อนค่าติดตั้งได้สูงสุด 200,000 บาท (รวม VAT) โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึงปี 2570
ส่งเสริมงานศิลปะ (ทัศนศิลป์): ลดหย่อนจากการซื้องานศิลปะได้สูงสุด 100,000 บาท ใช้สิทธิ์ได้ถึงปี 2570 โดยต้องเป็นการซื้อจากศิลปินแห่งชาติ, ศิลปินที่ขึ้นทะเบียน หรือสถาบันที่จัดงานประมูลตามที่กฎหมายกำหนด
(หมายเหตุ: ณ วันที่เผยแพร่คลิป กฎหมายทั้งสองตัวนี้ยังไม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ)
แต่สิ่งที่อยากจะเน้น คือ กลุ่มการออมและการลงทุนที่หลายคนพูดถึงกันครับ นั่นคือ SSF ไม่สามารถซื้อหน่วยลงทุนใหม่เพื่อลดหย่อนภาษีได้แล้วตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ส่วน Thai ESGX สิทธิ์ในการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีสิ้นสุดไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นไปตามปกติครับ
อย่างไรก็ตาม หลักการวางแผนลดหย่อนภาษีที่อยากแนะนำจริง ๆ คือ การเลือกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีต้องพิจารณาให้มากกว่าแค่ตัวเลขภาษีที่จะประหยัดได้ แต่ต้องสอดคล้องกับ "เป้าหมายทางการเงิน" และ "สถานการณ์ส่วนตัว" โดยมีหลักคิด 3 ข้อคือ
1. สภาพคล่องทางการเงิน: ประเมินว่ามีเงินสดเพียงพอและสามารถคงเงินไว้ได้ตามเงื่อนไขระยะยาวของแต่ละผลิตภัณฑ์ลดหย่อนหรือไม่ หากไม่แน่ใจ การเก็บเงินสดไว้และยอมจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
2. เป้าหมายทางการเงิน: ควรเชื่อมโยงการลดหย่อนภาษีเข้ากับเป้าหมายชีวิต เช่น ซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง, ลงทุนใน RMF เพื่อเป้าหมายเกษียณ เป็นต้น
3. ความสามารถในการรับความเสี่ยงและผลตอบแทน: ประเมินว่าตนเองรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด บางครั้งการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าและมีความคล่องตัว แม้จะไม่ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
โดยสรุป การวางแผนภาษีที่มีประสิทธิภาพคือการมองภาพรวมให้เป็น "การต่อจุดเพื่อลากเส้น" ไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อลดหย่อนภาษีเป็นรายปีเพียงอย่างเดียวนะครับผม
รายละเอียดในคลิป
0:00 ขอต้อนรับสู่ "เกมภาษี"
1:30 เข้าใจเกมภาษี คือ การรู้วิธีคำนวณภาษี
2:17 เราจะเสียภาษีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 2 ตัวนี้
3:18 วิธีการคำนวณภาษีที่คนมักจะเข้าใจผิด
4:25 ลดเงินได้สุทธิลงเท่านี้ จะลดภาษีได้เท่าไร
5:08 วิธีคำนวณภาษีอีกวิธีหนึ่ง (ภาษีเหมา)
6:56 วิธีคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ
7:36 จุดแรกที่ต้องรู้คือ เงินได้ (รายได้)
9:53 รายการค่าลดหย่อนปี 2568 มีอะไรบ้าง?
11:00 ค่าลดหย่อนกลุ่มดูแลคนที่เรารัก
12:00 ค่าลดหย่อนกลุ่มใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ
13:48 ค่าลดหย่อนกลุ่มออมเงินลงทุน
15:04 ประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจลดหย่อนภาษี
16:45 ตอบคำถามเรื่องสภาพคล่องให้ได้ก่อน
18:21 เป้าหมายการเงินและความเสี่ยงเป็นแบบไหน
21:36 ทำไมเราถึงต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วย
22:36 ถ้าไม่ลดหย่อนภาษี จะเอาเงินไปทำอะไร?
23:51 อย่่าลืมถามว่าเราทำเพื่ออะไร
24:37 สรุป